วันที่ 30 ตุลาคม 2567 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ คงศักดิ์ตระกูล ผกก.สภ.สีคิ้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ปัญญา หมื่นศรี รอง ผกก.สส.สภ.สีคิ้ว และ พ.ต.ท.สำราญ ธรรมวุธ สว.สส.สภ.สีคิ้ว พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว ร่วมกันสืบสวนหาข่าวจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์เครื่องยนต์ที่ใช้ในการเกษตร ที่ถูกลักไปหลายพื้นที่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา ด้วยเมื่อวันที่ 26 ต.ค.2567 นายมานพ ตกขุนทด, น.ส.รุ่งนภา ยะวงษา และ นายบุญเพิ่ม ใจตรง ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.สีคิ้ว ว่า ได้มีคนร้ายได้ลักเอาเครื่องยนต์คูโบต้า (ใช้สำหรับสูบน้ำ) ของตนไป (คนละ 1 เครื่อง) เหตุเกิดที่ บริเวณคลองน้ำตะคลอง (หลังโรงน้ำแข็งกรเดช) ม.10 บ้านทับม้า ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว ได้ทำการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบกลุ่มคนร้ายซึ่งมีแผนประทุษกรรมในการลักทรัพย์คล้ายกับที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุในเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี โดยพบว่ากลุ่มคนร้ายหลังจากก่อเหตุแล้วได้มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านสวนป่า ต.หนองตะไก้ อ.สูงเนิน จว.นครราชสีมา จึงได้ประสานข้อมูล สภ.ข้างเคียง ประกอบด้วย สภ.สูงเนิน, สภ.ปักธงชัย และ สภ.โนนไทย จนทราบว่าคนร้ายได้ใช้ยานพาหนะรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิสซูบิชิ รุ่นไทรตั้น สีขาว หมายเลขทะเบียน ยบ 2531 นครราชสีมา ชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว จึงได้สืบสวนติดตามและเฝ้าดูพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทราบตัวคนร้าย จำนวน 2 คน
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันประกอบเหตุลักทรัพย์เครื่องยนต์สูบน้ำคูโบต้า ที่บริเวณคลองน้ำตะคลอง (หลังโรงน้ำแข็งกรเดช) ม.10 บ้านทับม้า ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา จริง โดยมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุคือ ผู้ต้องหาทั้งสองคนจะร่วมกันตระเวนหาเครื่องสูบน้ำตามลำคลองและคลองส่งน้ำที่มีการทำนา โดยจะขับรถยนต์กระบะตระเวนหาเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดนครราชสีมา โดยจะทำทีเป็นคนหาปลา ไปปักเบ็ดตามลำคลองหรือคลองส่งน้ำ เมื่อพบเครื่องสูบน้ำที่ตนเองต้องการ ก็จะร่วมกันก่อเหตุในเวลากลางคืน โดยจะขับรถยนต์กระบะคันของกลางหรือรถจักรยานยนต์มาจอดให้ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด จากนั้นก็จะเข้าไปถอดเอาน็อตยึดเครื่องสูบน้ำออกก่อน เพื่อสะดวกในการขนย้าย โดยใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาที จากนั้นจะขนย้ายเครื่องสูบน้ำมาใส่รถยนต์กระบะ โดยใช้เชือกผูกและใช้ไม้ท่อนช่วยกันแบกออกมาจากที่เกิดเหตุ เมื่อได้เครื่องสูบน้ำแล้วก็จะนำไปส่งให้กับผู้รับซื้อในเขตพื้นที่ ต.ไผ่ขวาง อ.บ้านหมอ จว.สระบุรี ในราคาเครื่อง 5,000 – 10,000 บาท ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาจะเลือกก่อเหตุในพื้นที่ที่เครื่องสูบน้ำอยู่ห่างจากบ้านคน และมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำอยู่หลายๆเครื่องรวมกัน เมื่อได้เงินจากการขายเครื่องสูบน้ำมาแล้วจะนำมาแบ่งกันคนละครึ่ง เพื่อเอาไปเที่ยวสถานบันเทิงและใช้หนี้ที่กู้ยืมมา
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สีคิ้ว ได้ร่วมกันไปตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องยนต์สูบน้ำ ยี่ห้อคูโบต้า และยันมาร์ จำนวน 27 เครื่อง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าได้นำไปขายให้ที่อู่สมโภชการช่าง เลขที่ 51 ม.6 ต.ไผ่ขวาง อ.บ้านหมอ จว.สระบุรี ต่อมาได้มีกลุ่มผู้เสียหายจากพื้นที่ต่างๆในจังหวัดนครราชสีมา เข้ามาดูของกลางพร้อมนำหลักฐานมาแสดง เพื่อขอรับคืน และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




